พรีเมียร์ลีค สัปดาห์ของ late game

พรีเมียร์ลีค สัปดาห์ของ late game

การยิงประตูท้ายเกม ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของพรีเมียร์ลีคเลย ท้ายเกมถือว่าเป็นช่วงเวลาวัดใจ ทั้งความเหนื่อยล้าร่างกายและจิตใจ ทำให้นักเตะอาจจะเกิดข้อผิดพลาด จนนำมาสู่ประตูที่ตัดสินผลการแข่งขันได้เลย เกมพรีเมียร์ลีควีคนี้มีคู่ไหนยิงประตูท้ายเกมกันแบบสุดดราม่ากันบ้าง

เลสเตอร์ กับ แอสตัน วิลล่า

คู่นี้แฟนบอลคงไม่เชื่อว่าเป็นการเจอกันของอันดับ 3 และ อันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีค ก่อนการแข่งขัน มองไปที่ฟอร์มของนักเตะ และทีมก็ถือว่าสูสีเล่นดีด้วยกันมาทั้งคู่ เกมนี้สองฝ่ายเปิดหน้าแลกหมัดกันเพื่อจะทำประตูให้ได้ สุดท้ายก็ทำได้แค่หวาดเสียววืดวาดไปมา แต่สุดท้ายเรื่องราวดราม่ามาเกิดขึ้นเมื่อ รอส บาร์คลีย์ ของแอสตัน วิลล่า มายิงไกลอย่างสุดสวยเสียบมุมประตูเข้าไปอย่างสวยงาม พาทีมเก็บสามแต้มไปรั้งรองจ่าฝูงแบบหล่อๆ

เชลซี กับ เซาท์แธมป์ตัน

ขึ้นไปที่ลอนดอน กับ เชลซี ที่กลับมาเล่นอีกครั้งเปิดบ้านรับการมาเยือนของเซาท์แธมป์ตัน เกมนี้ก่อนเกม หลายคนมองว่า เชลซี เหนือกว่าเยอะ ไม่น่าจะงานยากเท่าไร แถมจบครึ่งแรกนำด้วยสกอร์ 2-1 น่าจะจบพอมาครึ่งหลังเป็นทาง เซาท์ ยิงตีเสมอแล้ว เชลซี ยิงนำเป็น 3-2 น่าจะจบสกอร์นี้ แต่ว่าการบุกสุดท้ายของเซาท์บอลเปลี่ยนทางจากการสะกิดของ เวสต์เทอร์การ์ด ทำให้เกป้า หมดสิทธิ์รับ บอลเข้าประตูไปกลายเป็น 3-3 สุดดราม่า

สเปอร์ส กับ เวสต์แฮม

การเจอกันของ น้ามู และ น้ามอยส์ หลายคนคิดว่า น้ามูน่าจะไม่ยาก แถมนำ 3-0 ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก เกมดำเนินต่อไปจนกระทั่งนาทีที่ 82 เวสต์แฮม มาได้ประตูตีไข่แตกที่คนดูทุกคนมองว่ามันเป็นรางวัลปลอบใจเท่านั้นเอง แต่ที่ไหนได้ เวสต์แฮมมาได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ซานเชส นักเตะสเปอร์ส ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 90+4 จาก ลานซินี่ ที่ต้องบอกว่าลูกนี้สวยจัด ทำให้เสมอไปแบบสุดมันส์ 3-3

อีกสองคู่ที่มาท้ายเกมเหมือนกัน คริสตัล พาเลซ มาเสียประตูให้ไบร์ทตัน ในนาทีที่ 90 ทำให้เสมอกันไป 1-1 อีกคู่ ฟูแล่ม ที่จะชนะเป็นนัดแรกอยู่แล้ว มาเสียจุดโทษให้กับ เชฟฟิลด์ นาทีที่ 85 เสมอไป 1-1 ทำให้ยังต้องควานหาชัยชนะนัดแรกต่อไป

วิเคราะห์ เมสซี่ ต่อสัญญา

วิเคราะห์ เมสซี่ ต่อสัญญา

ถือว่าเป็นข่าวดีต่อเนื่องสำหรับแฟนบอลเมสซี่ หลังจากที่เค้าปลดล็อคตัวเองในสีเสื้อทีมชาติด้วยการคว้าแชมป์โคปปาอเมริกาได้สักที ไม่เท่านั้นยังมีข่าวออกมาต่อเนื่องว่า บาร์เซโลนา ต้นสังกัดสามารถเข้าเจรจาได้หลังจากลีคไฟเขียวให้ทำได้จากการตรวจสอบเรื่องเพดานค่าเหนื่อย ดูทรงแล้วสัญญาที่ยื่นให้เมสซี่น่าจะต่อแน่นอน เรามาวิเคราะห์เรื่องราวการต่อสัญญาคราวนี้กัน

รายละเอียดที่คาด

ทีนี้เรามาดูรายละเอียดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสัญญานักเตะตามข่าว บอกว่า สัญญาฉบับนี้ของเค้าจะลดค่าเหนื่อยลงมาเยอะมากถึง 80% เลยหากเทียบกับสัญญาของเดิม ข่าวออกมาบอกว่าค่าเหนื่อยจะเหลือเพียงแค่ 2 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้นเอง(นี่ลดแล้วนะ) แต่สัญญาจะเป็นระยะยาวถึง 3-5 ปีกันเลยทีเดียว

รักจริง

หากสัญญาออกมาเป็นแบบนี้ แล้วเมสซี่ เซ็นสัญญา ก็เท่ากับเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า เมสซี่ เป็นคนที่รักจริงต่อสโมสรแห่งนี้ เพราะการเซ็นรับค่าเหนื่อยจากสัญญาที่น่าจะเป็นฉบับสุดท้ายในอาชีพนักเตะ น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเค้าที่มีต่อสโมสรแห่งนี้

จ่ายน้อยแต่จ่ายนาน

ในทางกลับกัน สัญญาระยะยาวแบบนี้ของ บาร์ซาเอง ก็เป็นเรือ่งของการเล่นแร่แปรธาตุค่าเหนื่อยด้วยเหมือนกัน เพราะต้องจ่ายค่าเหนื่อยที่น้อยลงมากกว่าที่คาดเอาไว้ เลยต้องแบ่งมาจ่ายเป็นระยะเวลานานขึ้นมาแทน หากไม่ทำแบบนี้พวกเค้าจะติดค่าใช้จ่ายเพดานค่าเหนื่อย จนทำให้สโมสรติดตัวแดงแล้วมีผลต่อกฎการเงินได้เหมือนกัน

ตั้งเพดานค่าเหนื่อย

เราเชื่อว่า เคสของเมสซี่ น่าจะเป็นการตั้งเพดานค่าเหนื่อยสูงสุดของทีมไว้ด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะคงไม่มีใครจะมีค่าเหนื่อยมากกว่านี้อีกแล้วในโลกฟุตบอลปัจจุบัน หรือนับต่อจากนี้ไปอีก 3-5 ปีก็ตาม ถือว่าเป็นการกำหนดเพดานค่าเหนื่อยเอาไว้ด้วย ก็ต้องมาดูกันว่า เมสซี่ จะต่อสัญญาฉบับนี้ที่น่าจะเป็นฉบับสุดท้ายในอาชีพนักฟุตบอลต่อไปอีกหรือไม่

สิ่งที่ได้เห็นจาก ลินการ์ด ลงสนาม

สิ่งที่ได้เห็นจาก ลินการ์ด ลงสนาม

ดีลตลาดหน้าหนาวรอบนี้เชื่อว่าดีลที่มาเหนือความคาดหมายที่สุดของพรีเมียร์ลีค น่าจะเป็นการย้ายออกของ เจสซี่ ลินการ์ด ที่เรารู้อยู่ว่ายังไงก็ต้องเกิด แต่ว่าไม่คิดว่าจะมาลงเอยที่เวสต์แฮม กับผู้จัดการทีมเดวิด มอยส์ แต่ว่าในเกมที่เราเห็นเค้าลงสนามครั้งแรกเจอกับ แอสตัน วิลล่า แล้วกดไป 2 ประตูพาทีมชนะได้แบบสุดมัน เรามองเห็นอะไรในเกมนี้บ้าง

ความกระหายในการเล่นฟุตบอล

การไม่ได้ลงสนามถือว่าเป็นฝันร้ายของนักฟุตบอลเลย หากมีอาการบาดเจ็บอยู่ก็พอเข้าใจได้ แต่หากไม่ได้เจ็บ แล้วไม่ได้ลง พอนานวันเค้ามันก็บั่นทอนจิตใจในความรักฟุตบอลได้เหมือนกัน พอลินการ์ดได้ลงสนามเกมนี้เราเห็นเค้าแสดงความกระหายในการเล่นฟุตบอลออกมาอย่างมาก การเล่นวิ่งไล่บอลเข้าทุกจังหวะ การจับเลี้ยง ส่ง จ่าย ยิง เป็นอะไรที่เหมือนอัดอั้นมานานมาก เล่นแบบพล่านมาก จนสุดท้ายสร้างผลงานสุดเซอร์ไพร์ส

กล้าเล่น แบบไม่กลัวพลาด

ตอนอยู่แมนยู เค้าเล่นฟุตบอลแม้ว่าจะไม่ใช่ดาวรุ่งแล้วก็ตาม แต่กลับเล่นแบบกล้าๆกลัวๆ ยังไงก็ไม่รู้ จนทำให้เค้าขาดความมั่นใจในการเล่นฟุตบอลไป แต่ว่าเมื่อคืนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เรารู้จักเลย เพราะว่าเค้ากล้าเล่น กล้าเลี้ยง กล้าลุย แบบไม่กลัวความผิดพลาดเลย ผลก็คือทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเข้าบอลมากนัก กลัวโดนหลอกแล้วหัวจะทิ่ม จริงอยู่ว่าการเล่นของลินการ์ดเมื่อคืนก็มีช็อตพลาดเหมือนกัน แต่เจ้าตัวเหมือนไม่สนใจ ขอเดินหน้าเล่นฟุตบอลอย่างเดียว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

เพื่อนกล้าส่งให้

เวลาเล่นฟุตบอล นักเตะเองก็ต้องแสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นด้วยว่า ฉันทำได้ ฉันก็มีของนะ ไม่งั้นเพื่อนไม่ส่งบอลให้แน่นอน ซึ่งลินการ์ด ตอนอยู่แมนยู เพื่อนมองว่าเค้าไม่พร้อม ไม่น่าเล่นได้ แต่ว่ามาอยู่เวสต์แฮม ไม่เป็นแบบนั้นเลย เพื่อนทุกคนกล้าเล่น กล้าเลี้ยง และกล้าส่งให้ เจสซี่ เล่นบอล พอเพื่อนมั่นใจ กล้าส่ง เจสซี่ก็กล้าเล่น ต่างคนต่างมั่นใจกัน ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นในสนาม

เงื่อนไขเพิ่มเติม Add on ที่ไร้ความหมาย

เงื่อนไขเพิ่มเติม Add on ที่ไร้ความหมาย

การซื้อขายนักเตะเดี๋ยวนี้ต้องบอกว่ามีการพัฒนาสัญญาไปมากทีเดียว จากเดิมที่ซื้อขายกันธรรมดา ก็จะมีการซื้อแบบแลกตัว ซื้อแบบแถมตัว หรือ ซื้อขายแบบผ่อนก็มีด้วย หนึ่งในลูกเล่นของสัญญาซื้อขายนักเตะสมัยนี้ที่เพิ่มเข้ามานั่นก็คือ เงื่อนไขพิเศษ ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Add on มองด้านหนึ่งเหมือนกับจะทำให้ต้นสังกัดได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อข้าย แต่อีกมุมหนึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ดีลนั้นล่มได้เหมือนกัน

เงื่อนไขเพิ่มเติมมีอะไรบ้าง
คำว่า เงื่อนไขเพิ่มเติม Add on นั้นเหมือนกับ ภารกิจพิเศษ หรือ สิ่งที่พิเศษเพิ่มลงไป หากนักเตะทำได้ตามที่กำหนดทางต้นสังกัดใหม่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กับต้นสังกัดเดิมของนักเตะนั้น เดิมทีเงื่อนไขเพิ่มเติมจะเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้อย่างเช่น หากเป็นนักเตะฝ่ายรุก กองกลาง กองหน้า จะเพิ่มเงื่อนไขว่าถ้าสามารถทำจำนวนประตู หรือ แอสซิสต์ได้ตามกำหนดไว้ก็จะได้เงินเพิ่มด้วย อย่างเช่น ซีซั่นนี้ยิงประตูไปได้ 15 ประตูในลีค ก็รับเพิ่มอีก 1 ล้านปอนด์ หรือ ทำแอสซิสต์ไปอีก 10 ครั้ง ก็จะได้เพิ่มอีก 2 ล้านปอนด์แบบนี้เป็นต้น เงื่อนไขแบบนี้เป็นเหมือนของแถม หรือ แรงจูงใจให้กับนักเตะรวมถึงต้นสังกัดเดิมในการย้ายทีมทำให้ง่ายมากขึ้น อารมณ์ประมาณว่าถ้าของ(นักเตะ) ที่อยากขายนั้นดีจริงเรามีเงินแถมให้ประมาณนั้น

แต่ปัจจุบันการวางเงื่อนไขเพิ่มเติมนั้น เปลี่ยนไปไม่ได้กำหนดแต่เพียงแค่จำนวนประตู จำนวนแอสซิสต์ หรือ จำนวนเกมที่ลงสนามเท่านั้น ยังพ่วงไปถึงรางวัลต่างๆมากมาย อย่างเช่น การได้รับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี(บัลลงดอร์) การพาทีมได้แชมป์ลีค แชมป์บอลถ้วย แชมป์ UCL ฯลฯ เงื่อนไขบางอย่างต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะทำได้(แต่ถ้าทำได้ก็จะมีเงินตามเงื่อนไขที่มากขึ้นตามไปด้วย)

ยากเกินไปทำดีลล่ม
แต่ที่บอกไปว่า เงื่อนไขเพิ่มเติมอย่างนี้หากใส่มาแต่พอสมควรก็พอจะได้ลุ้นอยู่เหมือนกัน แต่หากใส่มายากเกินไปบอกเลยว่า มันเหมือนกับเป็นการตบหน้าอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน อย่างล่าสุดเราได้ข่าวว่า ทีมซื้อขายของแมนยูใส่เงื่อนไขว่า จะจ่ายเงินค่าตัวให้ถ้าบรูโน่ย้ายมาแล้ว คว้าบัลลงดอร์ได้ บอกตามตรงว่าใส่เงื่อนไขไปแบบนี้ ไม่ต้องยื่นก็ได้ อายเค้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรหวังอะไรจากเค้าบ้าง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรหวังอะไรจากเค้าบ้าง

ต้องบอกเลยว่า เป็นปีศาจที่กลับมาจากนรกของจริง สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซีซั่นที่ผ่านมาคงบรรยายได้เพียงแค่คำว่า ต้นร้ายปลายดี หากใครยังจำกันได้ จบเกมแข่งขันที่ 9 แมนยูเคยตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 14 กันมาแล้ว แต่สุดท้ายพวกเค้าทะยานกลับมาจบอันดับที่ 3 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรามาดูกันว่าซีซั่นใหม่นี้แฟนปีศาจแดงคาดหวังอะไรได้บ้าง
จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์
แม้ว่าการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันเดส จะยกระดับกองกลางของทีมให้สูงขึ้น บวกกับการผสานกับป็อกบาจะทำให้กองกลางน่ากลัวมาก บวกกับจุดโทษที่น่ากลัวด้วยเช่นกัน แต่ยอมรับตามตรงว่า การแทรกตัวมาจบอันดับ 3 ได้นั้น เกิดจากทีมอื่นผิดพลาดกันเองเยอะด้วยทั้งเลสเตอร์ และ เชลซี แน่นอนว่าซีซั่นนี้เราคงหวังแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว หากต้องการจะทำให้ดีขึ้นเป้าหมายเดียวที่จะต้องทำให้ได้ ต้องเป็นการจบอันดับที่สอง หรือรองแชมป์เท่านั้น ส่วนเรื่องแชมป์ลีคแฟนบอลอาจจะต้องรอไปก่อน
เกมบอลถ้วยในประเทศ
เรื่องเกมบอลถ้วยไม่รู้เป็นยังไง ต้องบอกว่าเป็นเพราะโซลชาร์คิดมาก หรือนักเตะเล่นกันไม่ดีก็ไม่ทราบได้ ซีซั่นที่ผ่านมาพวกเค้าเล่นดีมาตลอด ด้วยทีมสำรอง ผสมกับดาวรุ่ง จนพาทีมไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ พวกเค้าเลือกที่จะเปลี่ยนมาใช้ทีมตัวจริงเพื่อเน้นผลการแข่งขัน แต่ปรากฏว่ามันกลับไม่ได้ตามต้องการซะอย่างนั้น เรามองว่าซีซั่นนี้ หากโซลชาร์ อยากคุมทีมต่อไปอีก ต้องมีถ้วยติดมือบ้างแล้ว (อย่าลืมว่า ผู้จัดการทีมในระดับเดียวกันอย่าง อาร์เตต้าของอาร์เซนอลเก็บไปสองแชมป์แล้วนะแถมมาทำทีมทีหลังด้วย) หากโซลชาร์เอาความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน เค้าน่าจะได้เข้าชิงชนะเลิศบอลถ้วยอย่างน้อยหนึ่งรายการ นี่เป็นเป้าหมายขั้นต่ำสุดแล้วถ้าทำได้น้อยกว่านี้อาจจะตกงาน
เกมบอลยุโรป
อันนี้ตั้งความคาดหวังยากเหมือนกัน เพราะว่าพวกเค้าได้อันดับที่ 3ทำให้เค้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มของ UCL เลย มองว่าถ้าหลุดรอบแบ่งกลุ่มไป จนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว ยอมรับตามตรงว่าคุณภาพของทีมมันยังห่างกับเค้าเยอะ

 

ย้อนรอย คู่หูของเมสซี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

 

 

เมสซี่

หากมีใครถามว่า ความเจ๋งของเมสซี่อยู่ตรงไหน เราขอบอกเลยว่ามันอยู่ตรงการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เมสซี่อยู่กับทีมชุดใหญ่มานานกว่า 16 ปี ไม่แปลกที่ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เค้าจะต้องได้เล่นร่วมกับศูนย์หน้ามากมายที่ทีมซื้อเข้ามาเพื่อเล่นด้วยกัน แล้วเชื่อหรือไม่ว่า แม้ว่าจะเป็นใครเมสซี่สามารถเล่นร่วมได้หมด แต่จะทำผลงานได้ดีแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง สื่อต่างประเทศได้จัดอันดับคู่หูของเมสซี่ที่ดีที่สุดในเรื่องของผลงาน มาดูว่ามีใครกันบ้าง

อันดับที่ 1 หลุยส์ ซัวเรส

อันดับที่ 1 แน่นอนว่าเค้าเป็นทั้งคู่หูของเมสซี่ ทั้งในและนอกสนามเลยทีเดียว หลุยส์ ซัวเรส ย้ายจากลิเวอร์พูลมาเล่นให้กับ บาร์เซโลนา แน่นอนว่าเพชฌฆาตดาวยิงอย่างเค้า พอมาอยู่กับคนที่เล่นเข้าขา มองตารู้ใจ มันก็เลยทำให้ทุกอย่างยิ่งดีขึ้นไปอีกทั้งคู่เล่นด้วยกันมาในช่วงปี 2014 จนถึงปัจจุบันทำผลงานไป 191 ประตู จึงไม่แปลกที่เมสซี่จะเคืองบอร์ดมากที่ทำเป็นยกเลิกสัญญาของซัวเรส

อันดับที่ 2 เนย์มาร์

อันดับรองลงมา เป็นใครอีกไม่ได้เลยก็คือ เนย์มาร์ คู่หูของเมสซี่อีกฝั่งหนึ่งภายใต้โค้ดเนม MSN อันลือลั่น ทั้งคู่เล่นด้วยกันในช่วงปี 2013-2017 ก่อนที่เนย์มาร์จะย้ายไปหาความท้าทายและสร้างอาณาจักรของตัวเองที่ เปแอสเช ในช่วงเวลาของทั้งคู่ลงเล่นไป 186 นัด ทำไป 105 ประตูถือว่าเป็นอีกหนึ่งคู่หูรุ่นน้องที่ยอดเยี่ยม

อันดับที่ 3 โรนัลดินโญ่

คนนี้เชื่อว่าแฟนบอลบาร์ซา หรือ แฟนบอลทั่วไปที่ดูฟุตบอลมาตั้งแต่ยุค 90 ต้องจำเค้าได้แน่นอน เค้าคือนักเตะบราซิลที่เล่นแบบบราซิลขนานแท้แล้วประสบความสำเร็จ คนนี้มีความสำคัญต่อเมสซี่ทั้งในและนอกสนามเลย ในสนามทั้งคู่เล่นด้วยกันในช่วง 2003-2008 ลงเล่นไป 207 นัด ทำไป 94 ประตู มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อเมสซี่มาก ดินโญ่ เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงคอยแนะนำและส่งบอลให้เมสซี่ทำประตูในช่วงขึ้นมาชุดใหญ่ตอนแรก เรียกว่าเป็น ป๋าดัน เมสซี่ในเวลานั้นเลย ว่าแล้วก็คิดถึงเมสซี่ + ดินโญ่ ในช่วงเวลานั้นเหมือนกันนะ

ลิเวอร์พูลทำไมถึงต้องอยากได้ อดาม่า ตราโอเร่

อดาม่า ตราโอเร่
หลังจากส่อแวววืดดีลติโม แวร์เนอร์ เชื่อว่าแฟนหงส์หลายคนอาจจะเสียดาย แม้จะบอกว่าไม่เสียดายก็ตามที ซึ่งการไม่ดำเนินการต่อในดีลนี้ อาจจะเป็นเรื่องของธุรกิจ หรือฟุตบอลก็ได้ใครจะรู้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเค้าจะไม่ได้แวร์เนอร์ แต่มีข่าวหนึ่งมาแทนเป็นเรื่องข่าวการเสริมทัพที่มีข่าวออกมาว่าหลังจากวืดเป้า แวร์เนอร์ พวกเค้าเบนเป้าไปที่นักเตะเคยเป็นข่าวมาแล้วแต่เงียบไปนั่นก็คือ อดาม่า ตราโอเร่ ทำไมถึงกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

ความต้องการนักเตะในตำแหน่งปีก

จากดีลของแวร์เนอร์ มาจนถึง ตราโอเร่ ทำให้เรารู้ว่าตอนนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องการนักเตะในตำแหน่งปีกมาก เราให้เหตุผลไว้สองอย่างอย่าง หนึ่งเลยพวกเค้าต้องการเอามาแทนที่ใครคนใดคนหนึ่งอย่าง มาเน่ หรือ ซาลาห์ ที่อาจจะต้องขายไปให้กับสโมสรใหญ่ก็เป็นได้ การหานักเตะที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกันมาแทนที่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีในการรักษาคุณภาพทีมต่อไป แต่จากวิกฤติโควิท 19 น่าจะทำให้ทีมใหญ่ไม่มีใครกล้าเสี่ยงลงทุนกับดีลระดับเกิน 100 ล้านปอนด์แน่นอน อย่างเก่ง 50 ล้านก็ต้องคิดหนักแล้ว กับเหตุผลที่สองเป็นเรื่องของการหานักเตะที่เก่งหน่อยมากดดันตำแหน่งของมาเน่ และ ซาลาห์ เพื่อให้ทั้งคู่กระตุ้นตัวเองให้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด รวมถึงเป็นอะไหล่ของทีมในยามสองคนนี้เจ็บด้วย

แม้จะแพงแต่คุ้นเคยกว่า

จริงอยู่ว่า ติโม แวร์เนอร์ เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีในเวทีบุนเดสลีก้า แต่คำถามก็คือ เวทีพรีเมียร์ลีคที่สปีดบอลและการแท็คเกิ้ลที่รุนแรงกว่า ติโม แวร์เนอร์ จะทำได้ดีหรือไม่อันนี้ก็ยังตอบไมได้ แตกต่างกับ ตราโอเร่ ผลงานของเค้าในสีเสื้อวูลฟ์ ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีก ซีซั่นนี้ 6 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ เป็นตัวอย่างที่ดีเลย อีกอย่างความล่ำของพี่เค้าบอกเลยว่าแบ็คคนไหนเจอก็เหนื่อย เลยไม่แปลกที่ ลิเวอร์พูลอยากได้ แต่จะได้ไหมอีกเรื่อง

การสร้างทีมของโดเมเน็คมีความซับซ้อนอยู่ในตัวเอง

โดเมเน็ค
โดเมเน็ค
โดเมเน็ค

4-4-2 ทว่าปัญหาก็เกิดขึ้นอีกเมื่อนักเตะที่เขาลงสนามบางรายไม่ได้เล่นตามตำแหน่งที่ตนถนัด อาทิ กรณีของ วิลเลี่ยม กัลลาส ที่เวนเซสเตอร์แบ็กขาประจำในทีมเซลซีทว่าด้วยความที่โดเมเน็คไม่ต้องการจะเปลี่ยนคู่เซสเตอร์แบ็คซ้ายต่อไป อส่งผมให้แผงหลังของทีมตราไก่ไม่สมดุล ก้าวหน้าขึ้น แต่ยังขาดความสำเร็จ ผลงานที่เป็นรูปธรรมจะต้องตามมาแน่

แต่มันจะตามมาทันนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2006 หรือไม่ก็ยังยากต่อการคาดเดาโดยเฉพาะหากโดเมเน็คไม่ปรับเปลี่ยนหลักการของตัวเองเสียบ้าง ไก่เก๋าๆ แก่เกินแกง? การสร้างทีมของโดเมเน็คมีความซับซ้อนอยู่ในตัวเองของมันเองเมื่อเขาเข้ามาในช่วง ที่มีการผลัดรุ่นเกือบยกทีมทั้งตากกลไกลธรรมชาติและโดยเจตนาของเจ้าตัว จนถึงปัจจุบัน มีเพียงฟาเบียง บาร์กเดช นายทวารโอลิมปิกมาร์กเชยที่สัมผัสความสำเร็จมาแล้วมากมายกับเลส์ เบลอส์ยุครุ่งเรืองเท่านั้นที่ยังคงเชื่อใจได้และได้รับมอบหมายให้เป้นมือ 1 อย่างต่อเนื่อง ทว่าในส่วนของผู้เล่นตัวเก๋าๆ รายอื่นๆ ดูเหมือนกราฟจะดิ่งลงกันหมด ทั้งปาทริด วิเอร่า ที่ต้องรับบทหนักขึ้นเมื่อคู่ขาเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆยังมี วิลเลี่ยม กัลลาส ที่ไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัดขณะที่ วิลเลี่ยม ชาญเอล และ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ก็บาดเจ็บอยู่เนืองๆส่วนบอล แลปัญหานี้ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาคำตอบได้เสียด้วยว่าพวกเขาจะกลับมาเฉียบขาดเหมือนเคยเมื่อไหร่หลังเสร้จสิ้นกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เลส์ เบลอส์จะสร้างเกมการแข่งขันถึง 5 เดือน สำหรับโดเมเน็คแล้ว มันขัดหูขัดตาพิกลที่ทีมจะไม่ได้รวมพล กันนานขนาดนั้นและโดยที่เกมส์อุ่นเครื่องกับอาร์เจนตินาที่สต๊าด เดอ ฟร้องช์ ในวันที่ 17 สิงหาคม จึงมีการเสนอความคิดให้เลส์ เบลอส์มาทัวร์เอเชียเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเคาะสนิมแข้งด้วยกันที่ประเทศจีนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ไม่เหมาะสมสำหรับนักเตะที่อยู่ในข่ายติดทีมชาติส่วนใหญ่นอกจากบางงลีก เช่น ลา ลีกาสเปนจะยังไม่เปิดฉากแล้ว

ศึกเดเอฟเบ โพคาล ถือเป็นความหวังสูงสุดของ เบรเมน เลยก็ว่าได้

เบรเมน
เบรเมน
เบรเมน

ศึกเดเอฟเบ โพคาล ถือเป็นความหวังสูงสุดของ เบรเมน เลยก็ว่าได้ เจอร์แอล. บอร์น ประธานสโมสรยอมรับตามตรงว่า ทีมของเขาต้องเจองานที่หนักหนาสาหัสอย่างแน่นอนในการที่จะดวลแข้งราชันสีน้ำเงิน หลังจากก่อนหน้านี้มีอันกระเด็นตกรอบ 16 ทีม สุดท้ายยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างหมดลายทีมแชมป์เยอรมันเมื่อเจอ โอลิมปิก ลียง แชมป์ลีก เอิงยิงพรุนเป็นว่าเล่นด้วยสกอร์รวมสองนัด 10-2 (นัดแรกลียงบุกไปชนะเบรเมน 3-0 ก่อนมาเตะกันที่สต๊าด เดอ แชร์กล็องด์และขุนพลโอแอลถล่มกระจาย 7-2)

การตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยความพ่ายแพ้ยับเยิน ทำให้เบรเมน โดนวิจารณ์อย่างนักว่า ทำเรื่องขายขี้หน้าผู้คน เล่นไม่สมศักดิ์ศรี กับที่เป็นถึงแชมป์บุนเดสลีกาเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็ถูก บาเยิร์น มิวนิค ตะปบ 1 แผลในบอลลีก

โธมัส ชาฟ เทรนเนอร์ เบรเมนเป็นกุนชือที่สร้างทีมโดยยึดระบบการเล่น 4-3-1-2 สูตรของเขาในแนวรุกจะมี เนลสัน วัลเดซ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติปารากวัยยืนคู่กับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ โดยมี โยฮัน มิกูด์ จอมทัพชาวฝรั่งเศสสร้างสรรค์เกม ส่วนเกมรับมีตัวหลักอย่าง วาเลเรียง อิสมาเอล ทำหน้าที่เซนเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับ แฟร้งค์ ฟาเรนฮอร์สท์ ขณะที่ เปตรี พาห์ซาเน่น และ คริสเตียน ชูลซ์เป็นฟูลแบ็กสองข้าง

โดยส่วนตัวแล้ว นับด้ว่าอิสมาเอล ประสบความสำเร็จมากในการเล่นกับเบรเมน เขาเป็นกองหลังจอมซัลโว มักทำประตูได้บ่อยจากลูกโหม่ง และยังเป็นมือสังหารลูกจุดโทษอีกด้วย โดยซัดลูกโทษได้ 2 ประตู จากจำนวน 4 ลูก ที่ทำได้ในบุนเดสลีกา นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

บางทีการคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ และแชมเปี้ยนส์ ลีก กับปอร์โต้ อาจมีความหมายกับเดโก้มากกว่า

เดโก้
เดโก้
เดโก้

ผมว่าการโหวตแบบนี้มันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ หลายคนมักจะลงคะแนนในสิ่งที่เขารู้ อย่างเช่นนักข่าวยุโรปตะวันออกก็มักจะเลือกเชฟเชนโก้ นั่นแหละ

ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไรนักหนา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แอบซ่อนด้วยความปวดร้าวไว้ภายใน

บางทีการคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ และแชมเปี้ยนส์ ลีก กับปอร์โต้ อาจมีความหมายกับเดโก้มากกว่าการได้แชมป์กับบาร์เซโลน่าหรือรีล มาดริดเพราะตามทฤษฎีแล้ว มันดูยากกว่าสโมสรใหญ่นั่นเอง และถ้าคุณเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในสโมสรหนึ่งล่ะก็ คุณลองคิดดูแล้วกัน

ความพยายามของเดโก้ถูกมองข้ามไป เมื่อนักข่าวยุโรปส่วนใหญ่โหวตให้เชฟเชนโก้ คว้ารางวัลลูกบอลทองคำไปครองเมื่อปลายปีที่แล้วแทนที่จะเป็นมิดฟิลด์ร่างเล็กจากปอร์โต้

มันเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนเหมือนกัน เดโก้ เล่าต่อ มันไม่เกี่ยวกับความไม่ยุติธรรม ในเกมฟุตบอลมันมีอะไรอีกหลายอย่าง คุณอาจจะเจอนักบอลที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วมากกว่าผลงานของเขาในสนามก็ได้ ส่วนผมไม่ได้พยายามทำตัวเป็นจุดเด่นอย่างนั้น มันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

นักบอลอย่างราอูล ที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่กลับไม่เคยได้รับรางวัลนี้ เช่นเดียวกับมัลดินี่และโรแบร์โต้ คาร์ลอส เขายักไหล่ แต่เมื่อผลโหวตมันออกมา ผมก็คงโต้แย้งอะไรไม่ได้อยู่ดี

อย่างน้อยเขาก็น่าจะมีรางวัลปลอบใจกับความผิดหวังที่ผ่านมา นั่นคืออนาคตอันสดใสของบาร์เซโลน่า แม้การย้ายไปอยู่ในสเปนจะทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะตามมูรินโญ่ไปอยู่เซลซีมากกว่า